Performance Marketing 101: เรื่องต้องรู้ ของการตลาดแบบวัดผลได้

Performance Marketing คืออะไร?

ทั่วไปแล้ว Marketing หมายถึงการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการไปยังตลาด (ลูกค้า) 

แต่ในยุคปัจจุบันการตลาดแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะนอกจากจะสื่อสารออกไปแล้ว เรายังต้องวัดผลลัพธ์ของการทำการตลาดนั้นได้อีกด้วย และ Performance Marketing ก็จะช่วยเราในเรื่องนี้

Performance Marketing คือ อะไร

Performance Marketing คือ การตลาดแบบวัดผลได้ ทุกการดำเนินงานต้องสามารถถูกวัดผลออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน (Metric) เป็นการทำการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยการจ่ายเงินเพื่อผลลัพธ์ เช่น การสร้างลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Lead Generation) หรือยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน (App Download) 

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ลองเปรียบเทียบความต่างระหว่าง Digital Marketing กับ Performance Marketing

  • Digital Marketing หมายถึงการทำการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น เว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดีย เป็นการพูดถึงช่องทางการสื่อสารเป็นหลัก
  • Performance Marketing จะมองไปที่การทำแคมเปญให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด โฟกัสว่าสิ่งที่ Input เข้าไปให้ Output อะไรออกมาบ้าง พูดง่าย ๆ คือพูดถึงกระบวนการทำงานเป็นหลัก โดยถือเป็นหนึ่งในสาขาย่อยของ Digital Marketing

ข้อดีของ Performance Marketing คือ?

  • ใช้งบได้มีประสิทธิภาพ สามารถกำหนดงบประมาณให้เหมาะสมกับผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละแคมเปญ
  • วัดผลได้ ช่วยให้เห็นว่าแคมเปญมีประสิทธิภาพหรือไม่เทียบกับ Input ที่ใส่เข้าไป
  • ปรับแผนได้ตรงจุด สามารถปรับกลยุทธ์ของแคมเปญได้อย่างเหมาะสม จากการติดตาม Metrics ต่าง ๆ ที่ชัดเจน
  • เจอเป้าหมายที่ใช่ ช่วยธุรกิจเจอกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม และมีโอกาสในการเปลี่ยนกลุ่มนั้นเป็นลูกค้าจริง

5 สเต็ปของการทำ Performance Marketing

Performance Marketing

  1. กำหนดเป้าหมาย: ระบุว่าต้องการผลอะไรจากแคมเปญ เช่น ทำให้คนเห็นมากที่สุด (Awareness), ทำให้คนสนใจและพิจารณาสินค้า (Consideration) หรือ ให้เกิดการซื้อ หรือแสดงความสนใจ (Conversion) เป็นต้น
  2. เลือกแพลตฟอร์มและชิ้นงานโฆษณาที่เหมาะสม: ใช้แพลตฟอร์มและชิ้นงานการโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและจุดประสงค์
  3. กำหนด Metric ในการวัดผลที่เหมาะสม: เลือก Metric ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแคมเปญ เช่น จำนวนการกรอก Lead, App Download หรือ ยอดขาย พูดง่าย ๆ คือทำ Conversion ให้เหมาะสมกับเป้าหมาย
  4. ทดสอบและเพิ่มประสิทธิภาพ: ด้วยการทำ A/B testing ไปจนถึงสร้างแดชบอร์ด เพื่อติดตามและประเมินผลของแคมเปญ
  5. ตรวจสอบผลลัพธ์และวิเคราะห์: ทำรายงานและวิเคราะห์เพื่อ Optimize ให้ผลลัพธ์ดีขึ้นต่อไป

Metrics พื้นฐานที่ต้องรู้จัก ในการทำ Performance Marketing 

Performance Marketing

ในการทำ Performance Marketing เราจะต้องพบกับ Metrics ต่าง ๆ มากมาย แต่ตัวชี้วัดเบื้องต้นที่ควรรู้จักเอาไว้ได้แก่

  • Reach – จำนวนคนที่เห็นโฆษณา
  • Impression – จำนวนครั้งที่เห็นโฆษณา
  • View – จำนวนการรับชมวิดีโอ
  • Engagement – จำนวนคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณา เช่น กดถูกใจ
  • Engagement Rate – สัดส่วนคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาเทียบกับคนเห็นโฆษณาทั้งหมด
  • Link Click – จำนวนการกดลิงก์
  • CTR (Link-Click through rate) – อัตราการคลิกลิงก์ต่อการมองเห็น
  • CPA (Cost Per Action) – ต้นทุนของสิ่งที่ต้องการ เช่น จะได้มาซึ่งลูกค้าที่สนใจในสินค้าเรา 1 คน จะต้องใช้เงินเท่าไหร่
  • CPM (Cost Per 1,000 Impressions) – ในการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้ง ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
  • ROI (Return on Investment) – อัตราผลตอบแทนในการลงทุนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์

สรุปแล้ว Performance Marketing คือการทำการตลาดแบบวัดผลได้ โดยใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตลาด ช่วยให้แบรนด์สามารถทำแคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ ผ่านการทำการตลาดที่สามารถติดตาม และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ระหว่างทางอย่างตรงจุด เพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างตรงใจ

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *